ขณะเดียวกัน ตอนที่เขาย้ายไปเล่นแบบยืมตัวกับ โบลตัน ในตลาดช่วงเดือนมกราคม มีประเด็นร้ายแรงเกิดขึ้นเกี่ยวกับ ฟลาเนแกน
เขาถูกสั่งให้บำเพ็ญประโยชน์เป็นเวลา 12 เดือน และต้องทำงานอาสาสมัคร หรือประมาณว่าทำงานแบบไม่ได้รับค่าจ้างใด ๆ เป็นเวลา 40 ชั่วโมง
สาเหตุเพราะเขาโดนคดีทำร้ายร่างกาย ราเชล แฟนสาวของตัวเอง
ฟลาเนแกน ในสภาพที่เมาจัด ก่อเรื่องใส่แฟนสาวตรงใจกลางเมืองลิเวอร์พูล ซึ่งกล้องวงจรปิดที่ ดุ๊ค สตรีท จับภาพเอาไว้ได้ชัดเจนว่าตอนช่วงเวลา 03.20 น. ของวันที่ 22 ธันวาคม ฟลานาแกน ผลักแฟนสาวใส่กำแพง 2 ครั้ง ก่อนจะพยายามเตะใส่ ซึ่งคลิปนั้นก็ถูกนำไปใช้พิจารณาคดีในชั้นศาล
ลิเวอร์พูล ออกมาประณามการกระทำของ ฟลาเนแกน ในแนวทางที่รุนแรงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ถึงอย่างไรก็ไม่ได้ถึงขั้นไล่ออกจากทีมเพราะเจ้าตัวก็ให้การยอมรับผิดในข้อหานั้นไปแล้ว
สโมสรเข้าใจดีว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันเป็นเรื่องส่วนตัว ซึ่งเอาจริง ๆ ก็ไม่ใช่นิสัยตามปกติของเขา โดยผู้หลักผู้ใหญ่ของ ลิเวอร์พูล เลือกที่จะให้การเยียวยาและเลือกจะไม่ฉีกสัญญาของ ฟลาเนแกน ทิ้งไป
อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้น ฟลาเนแกน ก็ไม่ได้ลงสนามให้กับทีมรักตั้งแต่วัยเด็กของตัวเองอีกเลย นัดสุดท้ายของเขากับ ลิเวอร์พูล คือเกมลีก คัพ ที่แพ้ เลสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงเดือนกันยายน ปี 2017
"คล็อปป์ ปฏิบัติกับผมได้ดีมาก ๆ มีบางคนที่เรียกร้องให้ ลิเวอร์พูล ยกเลิกสัญญาของผมซะ แต่สโมสรอยู่เคียงข้างผม ซึ่งผมก็รู้สึกซาบซึ้งกับเรื่องนั้น"
"พวกเขารู้ดีว่าผมเป็นคนยังไง, รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น และรู้ว่าผมเสียใจมากแค่ไหน ผมไม่อยากบอกลา ลิเวอร์พูล ในรูปแบบนี้เลย ผมไม่เคยได้ลาทีมแบบเหมาะสม ผมย้ายไปอยู่กับ โบลตัน ด้วยสัญญายืมตัวโดยที่รู้ดีว่านั่นแทบจะเป็นจุดจบของผมกับ ลิเวอร์พูล ก็ว่าได้ มันเป็นตอนจบที่น่าเศร้าสุด ๆ"
หลังจากหมดสัญญายืมตัวกับ โบลตัน ฟลาเนแกน ก็ย้ายไปร่วมทีม เรนเจอร์ส แบบไร้ค่าตัว ในช่วงซัมเมอร์ ปี 2018 ซึ่งที่นั่นมี เจอร์ราร์ด รับหน้าที่เป็นผู้จัดการทีม
"ผมรู้สึกสำนึกผิดกับทุกเรื่องในประเด็นนั้น" ฟลาเนแกน ก้มหน้ายอมรับเรื่องที่ผิดพลาด
"เราทะเลาะกันในสภาพที่เมาจัดหลังออกมาเที่ยวกันตอนกลางคืน เราต่างก็ดื่มเหล้ากันมากเกินไป และก็บานปลายจนถึงขั้นมีการผลักกัน มันไม่ควรจะเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นเลย ผมไม่มีข้อแก้ตัวใด ๆ ทั้งนั้น"
"นั่นคือช่วงเวลาที่เลวร้ายทั้งสำหรับผม ครอบครัว และสำหรับแฟนสาวของผมเอง มันไม่เคยเกิดเรื่องแบบนั้นมาก่อนเลย และหลังจากนั้นมันก็ไม่เคยเกิดเรื่องแบบนั้นอีกแม้แต่ครั้งเดียว ผมรู้ดีว่าตัวเองเป็นคนยังไง ส่วนคนที่ใกล้ชิดกับผม ไม่ว่าจะทั้งเพื่อน ๆ และครอบครัวของผมก็รู้ดีเหมือนกันว่าผมเป็นคนยังไง"
"ผมทำงานอาสาสมัครที่ธนาคารอาหาร โดยผมรับหน้าที่ช่วยส่งของ มันช่วยทำให้ผมได้รู้ว่าผู้คนต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากมากแค่ไหน ราเชล กับผมยังคบกันอยู่ เราปรับความเข้าใจกันได้แล้ว และมีความสุขกันดี แน่นอนว่าผมหวังว่าตัวเองจะย้อนเวลากลับไปเปลี่ยนเรื่องต่าง ๆ ได้ แต่ผมทำอย่างนั้นไม่ได้ สิ่งเดียวที่ผมทำได้คือคิดเกี่ยวกับอนาคต"
ถึงตอนนี้ ฟลาเนแกน ยอมรับว่าตัวเองตอนนี้มีร่างกายที่ดีขึ้นจากเมื่อก่อนเยอะ เขาดูแลตัวเองมากขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นว่ายังมีดีพอที่จะเล่นระดับอาชีพ
"ทุกวันนี้ผมออกมาวิ่งอยู่ตลอด สิ่งเดียวที่ผมพอจะทำได้คือการทำให้ตัวเองมีสภาพร่างกายดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อที่ผมจะได้พร้อมแสดงให้เห็นว่าผมสามารถทำอะไรได้ในตอนที่มีคนติดต่อมาหาผม
"จริงอยู่ว่าผมเคยต้องรับการผ่าตัดตรงหัวเข่า 2 ครั้งในตอนที่อยู่กับ ลิเวอร์พูล แต่มันไม่ได้สร้างปัญหาให้กับผมอีกต่อไปแล้ว ความจริงก็คือผมฟิตเต็มที่ และพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่"
"ผมอายุ 27 ปีแล้ว และผมเชื่อว่าผมยังเหลือช่วงเวลาที่จะเล่นได้ดีที่สุดในอาชีพการเล่นของตัวเองอยู่"
"ผมพร้อมรับฟังทุกข้อเสนอ ผมก็แค่อยากกลับไปเล่นในระดับที่ผมรู้ดีว่าตัวเองมีดีพอที่จะเล่นในระดับนั้นได้" ฟลาเนแกน กล่าวปิดท้าย
สาเหตุเพราะเขาโดนคดีทำร้ายร่างกาย ราเชล แฟนสาวของตัวเอง
ฟลาเนแกน ในสภาพที่เมาจัด ก่อเรื่องใส่แฟนสาวตรงใจกลางเมืองลิเวอร์พูล ซึ่งกล้องวงจรปิดที่ ดุ๊ค สตรีท จับภาพเอาไว้ได้ชัดเจนว่าตอนช่วงเวลา 03.20 น. ของวันที่ 22 ธันวาคม ฟลานาแกน ผลักแฟนสาวใส่กำแพง 2 ครั้ง ก่อนจะพยายามเตะใส่ ซึ่งคลิปนั้นก็ถูกนำไปใช้พิจารณาคดีในชั้นศาล
ลิเวอร์พูล ออกมาประณามการกระทำของ ฟลาเนแกน ในแนวทางที่รุนแรงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ถึงอย่างไรก็ไม่ได้ถึงขั้นไล่ออกจากทีมเพราะเจ้าตัวก็ให้การยอมรับผิดในข้อหานั้นไปแล้ว
สโมสรเข้าใจดีว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันเป็นเรื่องส่วนตัว ซึ่งเอาจริง ๆ ก็ไม่ใช่นิสัยตามปกติของเขา โดยผู้หลักผู้ใหญ่ของ ลิเวอร์พูล เลือกที่จะให้การเยียวยาและเลือกจะไม่ฉีกสัญญาของ ฟลาเนแกน ทิ้งไป
อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้น ฟลาเนแกน ก็ไม่ได้ลงสนามให้กับทีมรักตั้งแต่วัยเด็กของตัวเองอีกเลย นัดสุดท้ายของเขากับ ลิเวอร์พูล คือเกมลีก คัพ ที่แพ้ เลสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงเดือนกันยายน ปี 2017
"คล็อปป์ ปฏิบัติกับผมได้ดีมาก ๆ มีบางคนที่เรียกร้องให้ ลิเวอร์พูล ยกเลิกสัญญาของผมซะ แต่สโมสรอยู่เคียงข้างผม ซึ่งผมก็รู้สึกซาบซึ้งกับเรื่องนั้น"
"พวกเขารู้ดีว่าผมเป็นคนยังไง, รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น และรู้ว่าผมเสียใจมากแค่ไหน ผมไม่อยากบอกลา ลิเวอร์พูล ในรูปแบบนี้เลย ผมไม่เคยได้ลาทีมแบบเหมาะสม ผมย้ายไปอยู่กับ โบลตัน ด้วยสัญญายืมตัวโดยที่รู้ดีว่านั่นแทบจะเป็นจุดจบของผมกับ ลิเวอร์พูล ก็ว่าได้ มันเป็นตอนจบที่น่าเศร้าสุด ๆ"
หลังจากหมดสัญญายืมตัวกับ โบลตัน ฟลาเนแกน ก็ย้ายไปร่วมทีม เรนเจอร์ส แบบไร้ค่าตัว ในช่วงซัมเมอร์ ปี 2018 ซึ่งที่นั่นมี เจอร์ราร์ด รับหน้าที่เป็นผู้จัดการทีม
"ผมรู้สึกสำนึกผิดกับทุกเรื่องในประเด็นนั้น" ฟลาเนแกน ก้มหน้ายอมรับเรื่องที่ผิดพลาด
"เราทะเลาะกันในสภาพที่เมาจัดหลังออกมาเที่ยวกันตอนกลางคืน เราต่างก็ดื่มเหล้ากันมากเกินไป และก็บานปลายจนถึงขั้นมีการผลักกัน มันไม่ควรจะเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นเลย ผมไม่มีข้อแก้ตัวใด ๆ ทั้งนั้น"
"นั่นคือช่วงเวลาที่เลวร้ายทั้งสำหรับผม ครอบครัว และสำหรับแฟนสาวของผมเอง มันไม่เคยเกิดเรื่องแบบนั้นมาก่อนเลย และหลังจากนั้นมันก็ไม่เคยเกิดเรื่องแบบนั้นอีกแม้แต่ครั้งเดียว ผมรู้ดีว่าตัวเองเป็นคนยังไง ส่วนคนที่ใกล้ชิดกับผม ไม่ว่าจะทั้งเพื่อน ๆ และครอบครัวของผมก็รู้ดีเหมือนกันว่าผมเป็นคนยังไง"
"ผมทำงานอาสาสมัครที่ธนาคารอาหาร โดยผมรับหน้าที่ช่วยส่งของ มันช่วยทำให้ผมได้รู้ว่าผู้คนต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากมากแค่ไหน ราเชล กับผมยังคบกันอยู่ เราปรับความเข้าใจกันได้แล้ว และมีความสุขกันดี แน่นอนว่าผมหวังว่าตัวเองจะย้อนเวลากลับไปเปลี่ยนเรื่องต่าง ๆ ได้ แต่ผมทำอย่างนั้นไม่ได้ สิ่งเดียวที่ผมทำได้คือคิดเกี่ยวกับอนาคต"
ถึงตอนนี้ ฟลาเนแกน ยอมรับว่าตัวเองตอนนี้มีร่างกายที่ดีขึ้นจากเมื่อก่อนเยอะ เขาดูแลตัวเองมากขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นว่ายังมีดีพอที่จะเล่นระดับอาชีพ
"ทุกวันนี้ผมออกมาวิ่งอยู่ตลอด สิ่งเดียวที่ผมพอจะทำได้คือการทำให้ตัวเองมีสภาพร่างกายดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อที่ผมจะได้พร้อมแสดงให้เห็นว่าผมสามารถทำอะไรได้ในตอนที่มีคนติดต่อมาหาผม
"จริงอยู่ว่าผมเคยต้องรับการผ่าตัดตรงหัวเข่า 2 ครั้งในตอนที่อยู่กับ ลิเวอร์พูล แต่มันไม่ได้สร้างปัญหาให้กับผมอีกต่อไปแล้ว ความจริงก็คือผมฟิตเต็มที่ และพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่"
"ผมอายุ 27 ปีแล้ว และผมเชื่อว่าผมยังเหลือช่วงเวลาที่จะเล่นได้ดีที่สุดในอาชีพการเล่นของตัวเองอยู่"
"ผมพร้อมรับฟังทุกข้อเสนอ ผมก็แค่อยากกลับไปเล่นในระดับที่ผมรู้ดีว่าตัวเองมีดีพอที่จะเล่นในระดับนั้นได้" ฟลาเนแกน กล่าวปิดท้าย
ขอบคุณข้อมูลจาก : ทางเข้า UFABET
ติดตามข่าวสารได้ที่: www.sportsmanpack.com
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น