"เราได้คุยกัน และ คาฟู ก็มอบชุดแข่งตัวหนึ่งของเขาให้กับผม ซึ่งตอนนี้ผมก็เอามันไปเก็บในที่ที่ปลอดภัยสุด ๆ
มันเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมากๆ ฉายา -สเกาส์ คาฟู- มันถูกพูดถึงเป็นครั้งแรกบน ทวิตเตอร์ และตอนแรกผมนึกว่ามันเป็นการแกล้งกัน ผมนึกว่ามันเป็นมุขขำๆ นิดหน่อย"
"อย่างไรก็ตาม มันก็เริ่มมีการพูดถึงฉายานั้นเรื่อย ๆ และจู่ ๆ ผมก็ได้นั่งร่วมกับ คาฟู ส่วนเขาก็ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องที่ว่าเขาคิดว่าผมมีดีแค่ไหน เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อ แต่ก็เป็นเรื่องเยี่ยมที่ได้เจอกับตำนานแบบเขา" ฟลาเนแกน กล่าว
แน่นอนว่าฟอร์มการเล่นแบบนี้ ย่อมส่งผลถึงการติดทีมชาติ ฟลาเนแกน มีชื่อติดทีมชาติอังกฤษ ในเกมอุ่นเครื่องกับ เอกวาดอร์ ก่อนทัวร์นาเมนต์ ฟุตบอลโลก 2014 จะเริ่มขึ้น
นั่นคือช่วงเวลาเหมือนฝันของชีวิตนักฟุตบอลดาวรุ่งคนหนึ่งจะคนึงได้
"คุณพ่อของผม ท่านเก็บเสื้อกับหมวกจากการติดทีมชาติอังกฤษของผมเอาไว้ ผมรู้ดีว่าผมได้ลงเล่นไปจริง ๆ แค่นัดเดียว แต่ผมก็รู้สึกภูมิใจมาก ๆ กับเรื่องนั้น ไม่มีใครที่จะพรากความรู้สึกแบบนั้นไปจากผมได้"
"การได้เล่นให้ทั้ง ลิเวอร์พูล และ อังกฤษ ถือเป็นจุดสูงสุดของผม มันไม่มีอะไรที่จะดีไปกว่านั้นแล้ว"
อย่างไรก็ตาม ฟลาเนแกน เจออุปสรรคครั้งใหญ่ที่ไม่สามารถต่อยอดจากจุดที่ยืนอยู่ ฤดูกาล 2014/15 อาการบาดเจ็บตรงเข่าซ้ายทำให้เขาต้องเข้าผ่าตัด 2 ครั้ง เพื่อรักษาปัญหาตรงกระดูกอ่อน
ช่วงเวลาพักฟื้นและหายหน้าไปจากทีมราว 619 วัน เป็นช่วงรอยต่อของยุค เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่เข้ามาทำทีมแทน ร็อดเจอร์ส แต่ ฟลาเนแกน ก็ยังได้รับโอกาสจาก คล็อปป์ ได้กลับมาลงเล่นทีมชุดใหญ่ ในเกม เอฟเอ คัพ ที่เจอกับ เอ็กเซเตอร์ ซิตี้ เมื่อช่วงเดือนมกราคม ปี 2016
วันนั้น ฟลาเนแกน ลงมาเป็นตัวสำรอง และได้รับเสียงปรบมือดังกึกก้องจาก เดอะ ค็อป ใน แอนฟิลด์
"การต้อนรับที่ผมได้รับในคืนนั้นมันมีความหมายมาก ๆ ผมเคยมีช่วงเวลาที่เลวร้ายกับการที่พยายามจะกลับมาจากการที่ต้องฟื้นฟูสภาพร่างกายเป็นเวลานานถึง 2 ครั้ง การที่แฟนบอลให้กำลังใจผมแบบนั้นมันเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมาก ๆ พวกเขารู้ดีว่าการได้เล่นให้ ลิเวอร์พูล มันมีความหมายกับผมมากแค่ไหน"
คล็อปป์ รู้ดีว่า ฟลาเนแกน ยังไม่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ เขาใช้งานลูกทีมคนนี้อย่างระมัดระวัง แต่พอได้เห็นฟอร์มที่ ฟลาเนแกน จัดการกับ ราฮีม สเตอร์ลิง อดีตเด็กเก่า 'หงส์แดง' ได้อย่างอยู่หมัด และอีก 2 เดือนต่อมา คล็อปป์ มั่นใจมากว่า ฟลานาแกน คู่ควรกับการได้สัญญาฉบับใหม่
ฟลาเนแกน ฉลองการต่อสัญญาฉบับใหม่ ด้วยการรับบทบาทเป็นกัปตันทีม หลังจากที่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ เจมส์ มิลเนอร์ ไม่ได้ลงเล่นในเกม พรีเมียร์ลีก นัดที่ ลิเวอร์พูล ไปเยือน เซาธ์แฮมป์ตัน
อย่างไรก็ตาม เกมวันนั้น ฟลาเนแกน ทำผลงานได้ไม่ดีเท่าไหร่ ซึ่งคนที่ทำให้เขาเจอปัญหาก็คือผู้เล่นที่เข้ามาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ในเวลาต่อมา
"มันเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมาก ๆ ที่ เจอร์เก้น ให้เกียรตินั้นกับผม น่าเสียดายที่เกมการเล่นมันไม่เป็นไปตามที่เราวางแผนกันเอาไว้ ที่จริงวันนั้น ซาดิโอ มาเน่ เล่นงานผมอย่างหนักจนกลายเป็นการทำให้วันที่น่าจดจำของผมต้องพังทลายเลย"
"ตอนแรกเรานำอยู่ 2-0 และกำลังจะเก็บชัยชนะได้ แต่แล้วเขา (มาเน่) ก็ลงมาพร้อมกับทำได้ 2 ประตู ผมคิดว่าวันนั้นเหมือนกับว่าผมช่วยทำให้เขาได้ย้ายมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ก็ว่าได้ ซาดิโอ ควรจะต้องขอบคุณผมนะ!"
ซัมเมอร์ ปี 2016 ฟลาเนแกน โดนปล่อยยืมตัวไปอยู่กับ เบิร์นลี่ย์ ทว่าเขาไม่สามารถยึดตัวจริงที่ เทิร์ฟ มัวร์ ได้ แล้วจากนั้นก็กลับมาที่ แอนฟิลด์ ตามเดิม
อย่างไรก็ดี การแจ้งเกิดของ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และการย้ายเข้ามาของ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ทำให้ ฟลานาแกน กลายเป็นตัวเลือกลำดับท้าย ๆ ของทีม
"อย่างไรก็ตาม มันก็เริ่มมีการพูดถึงฉายานั้นเรื่อย ๆ และจู่ ๆ ผมก็ได้นั่งร่วมกับ คาฟู ส่วนเขาก็ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องที่ว่าเขาคิดว่าผมมีดีแค่ไหน เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อ แต่ก็เป็นเรื่องเยี่ยมที่ได้เจอกับตำนานแบบเขา" ฟลาเนแกน กล่าว
แน่นอนว่าฟอร์มการเล่นแบบนี้ ย่อมส่งผลถึงการติดทีมชาติ ฟลาเนแกน มีชื่อติดทีมชาติอังกฤษ ในเกมอุ่นเครื่องกับ เอกวาดอร์ ก่อนทัวร์นาเมนต์ ฟุตบอลโลก 2014 จะเริ่มขึ้น
นั่นคือช่วงเวลาเหมือนฝันของชีวิตนักฟุตบอลดาวรุ่งคนหนึ่งจะคนึงได้
"คุณพ่อของผม ท่านเก็บเสื้อกับหมวกจากการติดทีมชาติอังกฤษของผมเอาไว้ ผมรู้ดีว่าผมได้ลงเล่นไปจริง ๆ แค่นัดเดียว แต่ผมก็รู้สึกภูมิใจมาก ๆ กับเรื่องนั้น ไม่มีใครที่จะพรากความรู้สึกแบบนั้นไปจากผมได้"
"การได้เล่นให้ทั้ง ลิเวอร์พูล และ อังกฤษ ถือเป็นจุดสูงสุดของผม มันไม่มีอะไรที่จะดีไปกว่านั้นแล้ว"
อย่างไรก็ตาม ฟลาเนแกน เจออุปสรรคครั้งใหญ่ที่ไม่สามารถต่อยอดจากจุดที่ยืนอยู่ ฤดูกาล 2014/15 อาการบาดเจ็บตรงเข่าซ้ายทำให้เขาต้องเข้าผ่าตัด 2 ครั้ง เพื่อรักษาปัญหาตรงกระดูกอ่อน
ช่วงเวลาพักฟื้นและหายหน้าไปจากทีมราว 619 วัน เป็นช่วงรอยต่อของยุค เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่เข้ามาทำทีมแทน ร็อดเจอร์ส แต่ ฟลาเนแกน ก็ยังได้รับโอกาสจาก คล็อปป์ ได้กลับมาลงเล่นทีมชุดใหญ่ ในเกม เอฟเอ คัพ ที่เจอกับ เอ็กเซเตอร์ ซิตี้ เมื่อช่วงเดือนมกราคม ปี 2016
วันนั้น ฟลาเนแกน ลงมาเป็นตัวสำรอง และได้รับเสียงปรบมือดังกึกก้องจาก เดอะ ค็อป ใน แอนฟิลด์
"การต้อนรับที่ผมได้รับในคืนนั้นมันมีความหมายมาก ๆ ผมเคยมีช่วงเวลาที่เลวร้ายกับการที่พยายามจะกลับมาจากการที่ต้องฟื้นฟูสภาพร่างกายเป็นเวลานานถึง 2 ครั้ง การที่แฟนบอลให้กำลังใจผมแบบนั้นมันเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมาก ๆ พวกเขารู้ดีว่าการได้เล่นให้ ลิเวอร์พูล มันมีความหมายกับผมมากแค่ไหน"
คล็อปป์ รู้ดีว่า ฟลาเนแกน ยังไม่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ เขาใช้งานลูกทีมคนนี้อย่างระมัดระวัง แต่พอได้เห็นฟอร์มที่ ฟลาเนแกน จัดการกับ ราฮีม สเตอร์ลิง อดีตเด็กเก่า 'หงส์แดง' ได้อย่างอยู่หมัด และอีก 2 เดือนต่อมา คล็อปป์ มั่นใจมากว่า ฟลานาแกน คู่ควรกับการได้สัญญาฉบับใหม่
ฟลาเนแกน ฉลองการต่อสัญญาฉบับใหม่ ด้วยการรับบทบาทเป็นกัปตันทีม หลังจากที่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ เจมส์ มิลเนอร์ ไม่ได้ลงเล่นในเกม พรีเมียร์ลีก นัดที่ ลิเวอร์พูล ไปเยือน เซาธ์แฮมป์ตัน
อย่างไรก็ตาม เกมวันนั้น ฟลาเนแกน ทำผลงานได้ไม่ดีเท่าไหร่ ซึ่งคนที่ทำให้เขาเจอปัญหาก็คือผู้เล่นที่เข้ามาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ในเวลาต่อมา
"มันเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมาก ๆ ที่ เจอร์เก้น ให้เกียรตินั้นกับผม น่าเสียดายที่เกมการเล่นมันไม่เป็นไปตามที่เราวางแผนกันเอาไว้ ที่จริงวันนั้น ซาดิโอ มาเน่ เล่นงานผมอย่างหนักจนกลายเป็นการทำให้วันที่น่าจดจำของผมต้องพังทลายเลย"
"ตอนแรกเรานำอยู่ 2-0 และกำลังจะเก็บชัยชนะได้ แต่แล้วเขา (มาเน่) ก็ลงมาพร้อมกับทำได้ 2 ประตู ผมคิดว่าวันนั้นเหมือนกับว่าผมช่วยทำให้เขาได้ย้ายมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ก็ว่าได้ ซาดิโอ ควรจะต้องขอบคุณผมนะ!"
ซัมเมอร์ ปี 2016 ฟลาเนแกน โดนปล่อยยืมตัวไปอยู่กับ เบิร์นลี่ย์ ทว่าเขาไม่สามารถยึดตัวจริงที่ เทิร์ฟ มัวร์ ได้ แล้วจากนั้นก็กลับมาที่ แอนฟิลด์ ตามเดิม
อย่างไรก็ดี การแจ้งเกิดของ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และการย้ายเข้ามาของ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ทำให้ ฟลานาแกน กลายเป็นตัวเลือกลำดับท้าย ๆ ของทีม
ขอบคุณข้อมูลจาก : ทางเข้า UFABET
ติดตามข่าวสารได้ที่: www.sportsmanpack.com
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น