ที่สำคัญการได้ผ่านช่วงเวลาที่เจ็บปวด และทรมาน ทำให้ อดีตหัวหอกเลือดมะกะโรนี มองเห็นหลักธรรมะ ที่ช่วยขัดเกลาจิตใจของเขาให้พัฒนาขึ้น
ผมหันมานั่งสมาธิ ผมไม่เคยทำแบบนี้มาก่อนลย ผมเริ่มนึกถึงตอนที่ผมเป็นนักฟุตบอลหรือสิ่งที่สำคัญที่สุดตอนที่ผมเป็นผู้จัดการทีม มันอาจจะช่วยคลายความวิตกกังวลของผม"
"แน่นอนว่าเราทุกคนเป็นมนุษย์ ผมอาจจะผิดหวังกับเรื่องไม่เป็นสาระ แต่ผมสนใจเรื่องพวกนี้เยอะมาก มันเป็นเรื่องที่ไม่สำคัญ การมีสติเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ในตอนแรกมันค่อนข้างยากลำบาก แต่ตอนนี้ผมชื่นชอบมากๆ"
ร้องไห้ในห้องน้ำ, นั่งสมาธิ ! มองปรัชญาชีวิต วิอัลลี่ ผ่านโรคมะเร็ง
"ผมได้ยินหลายๆ คนพูดกันว่า -สู้กับมะเร็ง- มันไม่ใช่การต่อสู้สำหรับผม ผมพยายามบอกกับทุกๆ คนว่าผมไม่ได้มองมะเร็งเหมือนกับการต่อสู้ เพราะการมีศัตรูมันต้องใช้กำลังเยอะมากที่จะเอาชนะ มันเป็นเหมือนการเดินทาง ผมมองเห็นการเดินทางร่วมกับเพื่อนที่เราไม่ต้องการ และผมอยากที่จะมีชีวิตอยู่ให้นานๆ"
"ผมรู้ว่าผมห่างไกลจากคำว่าเพอร์เฟกต์ และมีสิ่งที่ต้องทำมากมาย ผมหวังว่าหากปราศจากความเย่อหยิ่ง และความอวดดี ทุกๆ คนก็สามารถพบกับแรงบันดาลใจในเรื่องราวของผม และของคนอื่นๆ ที่ผมเขียนออกมา"
ร้องไห้ในห้องน้ำ, นั่งสมาธิ ! มองปรัชญาชีวิต วิอัลลี่ ผ่านโรคมะเร็ง
"ผู้คนอาจจะคิดในแนวทางเดียวกับผมหรือไม่ก็ตาม แต่ผมรู้สึกแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น มันเป็นการเดินทาง และสุดท้ายคุณจะได้พบว่าตัวคุณเป็นคนที่ดีขึ้นมากแค่ไหน ผมเชื่อว่าเราต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ แต่ในกรณีของผมพวกเขาทำทุกอย่างได้วิเศษมากๆ และผมเชื่อว่าการมองทุกอย่างเป็นภาพรวมมันสำคัญมากๆ"
"ถ้าคุณคิดบวก หลายๆ สิ่งมันจะถูกต้อง จิตใจของคุณจะสงบ คุณจะได้รับประโยชน์เพิ่มเป็นทวีคูณในการบำบัด ในกรณีของผมซึ่งเป็นนักกีฬา ผมได้เปรียบนิดหน่อยเพราะผมเคยรับมือกับอาการบาดเจ็บมาตลอดอาชีพของผม ผมมีการตั้งเป้าหมายของตัวเอง พร้อมสู้และคิดบวกเสมอ"
ร้องไห้ในห้องน้ำ, นั่งสมาธิ ! มองปรัชญาชีวิต วิอัลลี่ ผ่านโรคมะเร็ง
"เป้าหมายของผมก็คือต้องผ่านเรื่องนี้ไปให้ได้ ผมรู้ว่าทุกอย่างมันผ่านมาและผ่านไปไม่มีอะไรยั่งยืน ผมใช้จิตใจที่จะเอาชนะสภาพร่างกาย แต่ผมรู้ว่าการเดินทางครั้งนี้มันยังไม่จบ" วิอัลลี่ กล่าวทิ้งท้าย
แม้โรคร้ายที่เกือบจะทำให้ วิอัลลี่ ต้องจากโลกนี้ไป แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้เขาได้เรียนรู้ก็คือการมองช่วงเวลาที่เลวร้ายในเชิงบวก และไตร่ตรองเรื่องราวที่ผ่านมา ทั้งหมดนี้มันช่วยขัดเกลาจิตใจให้คุณสามารถก้าวข้ามวิกฤติในชีวิตไปได้
"แน่นอนว่าเราทุกคนเป็นมนุษย์ ผมอาจจะผิดหวังกับเรื่องไม่เป็นสาระ แต่ผมสนใจเรื่องพวกนี้เยอะมาก มันเป็นเรื่องที่ไม่สำคัญ การมีสติเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ในตอนแรกมันค่อนข้างยากลำบาก แต่ตอนนี้ผมชื่นชอบมากๆ"
ร้องไห้ในห้องน้ำ, นั่งสมาธิ ! มองปรัชญาชีวิต วิอัลลี่ ผ่านโรคมะเร็ง
"ผมได้ยินหลายๆ คนพูดกันว่า -สู้กับมะเร็ง- มันไม่ใช่การต่อสู้สำหรับผม ผมพยายามบอกกับทุกๆ คนว่าผมไม่ได้มองมะเร็งเหมือนกับการต่อสู้ เพราะการมีศัตรูมันต้องใช้กำลังเยอะมากที่จะเอาชนะ มันเป็นเหมือนการเดินทาง ผมมองเห็นการเดินทางร่วมกับเพื่อนที่เราไม่ต้องการ และผมอยากที่จะมีชีวิตอยู่ให้นานๆ"
"ผมรู้ว่าผมห่างไกลจากคำว่าเพอร์เฟกต์ และมีสิ่งที่ต้องทำมากมาย ผมหวังว่าหากปราศจากความเย่อหยิ่ง และความอวดดี ทุกๆ คนก็สามารถพบกับแรงบันดาลใจในเรื่องราวของผม และของคนอื่นๆ ที่ผมเขียนออกมา"
ร้องไห้ในห้องน้ำ, นั่งสมาธิ ! มองปรัชญาชีวิต วิอัลลี่ ผ่านโรคมะเร็ง
"ผู้คนอาจจะคิดในแนวทางเดียวกับผมหรือไม่ก็ตาม แต่ผมรู้สึกแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น มันเป็นการเดินทาง และสุดท้ายคุณจะได้พบว่าตัวคุณเป็นคนที่ดีขึ้นมากแค่ไหน ผมเชื่อว่าเราต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ แต่ในกรณีของผมพวกเขาทำทุกอย่างได้วิเศษมากๆ และผมเชื่อว่าการมองทุกอย่างเป็นภาพรวมมันสำคัญมากๆ"
"ถ้าคุณคิดบวก หลายๆ สิ่งมันจะถูกต้อง จิตใจของคุณจะสงบ คุณจะได้รับประโยชน์เพิ่มเป็นทวีคูณในการบำบัด ในกรณีของผมซึ่งเป็นนักกีฬา ผมได้เปรียบนิดหน่อยเพราะผมเคยรับมือกับอาการบาดเจ็บมาตลอดอาชีพของผม ผมมีการตั้งเป้าหมายของตัวเอง พร้อมสู้และคิดบวกเสมอ"
ร้องไห้ในห้องน้ำ, นั่งสมาธิ ! มองปรัชญาชีวิต วิอัลลี่ ผ่านโรคมะเร็ง
"เป้าหมายของผมก็คือต้องผ่านเรื่องนี้ไปให้ได้ ผมรู้ว่าทุกอย่างมันผ่านมาและผ่านไปไม่มีอะไรยั่งยืน ผมใช้จิตใจที่จะเอาชนะสภาพร่างกาย แต่ผมรู้ว่าการเดินทางครั้งนี้มันยังไม่จบ" วิอัลลี่ กล่าวทิ้งท้าย
แม้โรคร้ายที่เกือบจะทำให้ วิอัลลี่ ต้องจากโลกนี้ไป แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้เขาได้เรียนรู้ก็คือการมองช่วงเวลาที่เลวร้ายในเชิงบวก และไตร่ตรองเรื่องราวที่ผ่านมา ทั้งหมดนี้มันช่วยขัดเกลาจิตใจให้คุณสามารถก้าวข้ามวิกฤติในชีวิตไปได้
ขอบคุณข้อมูลจาก : ติดต่อ UFABET
ติดตามข่าวสารได้ที่: www.sportsnewsandpolitics.com
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น