"เปาเก็ต" ไกรยวุฒิ เชาวลิต สู้ชีวิต กู้ 3 ล้านลุยฟาร์มไก่ - เป็นอสม.
จากสถานการณ์การแพร่กระจายของเชื้อไวรัส "โควิด-19" ที่สร้างผลกระทบให้กับบุคลากรในแวดวงฟุตบอลไทยที่เจอปัญหาทันที โดยแวดวงผู้ตัดสินไทยถือว่าได้รับผลกระทบเต็มๆ จากการที่ไม่มีฟุตบอลลีกอาชีพแข่งขัน ก็ทำให้ผู้ตัดสินไทยที่ไม่มีงานประจำ ไม่มีรายได้เข้า ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันทันที
"เปาเก็ต" ไกรยวุฒิ เชาวลิต ผู้ตัดสินรุ่น 19 ปัจจุบันระดับชั้น 1 แห่งเมืองคนดี จ.สุราษฎร์ธานี คือหนึ่งในเชิ้ตดำลีกไทยที่โดนพิษโควิด-19 ไม่มีฟุตบอลแข่ง ไม่มีรายได้จากการทำหน้าที่ ต้องไปพึ่งพารายได้จากธุรกิจเสริมกับการลุยทำฟาร์มไก่เนื้อส่งโรงงานอุตสาหกรรม โดยถือเป็นรายได้สำคัญที่เจ้าตัวหาเลี้ยงตนเองและครอบครัวในช่วงที่มีอาการบาดเจ็บ ยังไม่สามารถทำหน้าที่ได้ด้วย
"ผมลุยทำฟาร์มไก่ที่ ต.พรุไทย อ.บ้านตาขุน จ.สุราษฎร์ธานี เป็นการขยายมาจากธุรกิจของพี่สาว ผมมาทำเอง แรกๆไม่มีอะไร ผมไม่มีทุนด้วย แต่ต้องสู้ชีวิต ไม่ค่อยมีเงิน เลยลองไปกู้กับธนาคาร คือกู้ทุกบาทเท่าที่เขาจะอนุมัติ สุดท้ายได้ทุนมา 3 ล้านบาท เลยเอาไปลงทุนทำฟาร์มไก่ทั้งหมด"
"ผมทำฟาร์มขนาดความกว้าง 20 เมตร , ยาว 100 เมตร เลี้ยงไก่เนื้อ 20,000 ตัว โดยจะเป็นการเลี้ยง 35 วัน , จับ 5 วัน โดยโรงงานเขาจะมาจับเอง ชั่งน้ำหนักคิดราคาให้ หลังจากนั้นก็จะพักเล้าประมาน 20-30 วัน แล้วจึงลงต่อ"
"แต่ละรอบนี่คือ 35 วัน จะได้เงินประมาณ 200,000 กว่าบาทเกือบทุกรอบ บางทีก็ 300,000 นิดๆ รายได้ดีมากๆ ก็คิดว่าจะมาลุยทางนี้ก่อนในช่วงที่ผมยังมีอาการบาดเจ็บอยู่ในปีนี้"
ทั้งนี้ "เปาเก็ต"ไกรยวุฒิ เชาวลิต เชิ้ตดำน้ำดีแห่งเมืองสุราษฎร์ธานี ยังอาสาเป็น อสม. หรือ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านเพื่อเฝ้าระวังผู้ติดเชื้อไวรัส โควิด-19 ที่ ต.พรุไทย อ.บ้านตาขุน จ.สุราษฎร์ธานี ด้วย ซึ่งตลอดช่วงวิกฤต โควิด-19 เจ้าตัวถือเป็นส่วนหนึ่งกับ อสม. อื่นๆที่เดินหน้าช่วยเหลือผู้คนในระแวกนั้นอย่างต่อเนื่องด้วย
"เปาเก็ต" ไกรยวุฒิ เชาวลิต ผู้ตัดสินรุ่น 19 ปัจจุบันระดับชั้น 1 แห่งเมืองคนดี จ.สุราษฎร์ธานี คือหนึ่งในเชิ้ตดำลีกไทยที่โดนพิษโควิด-19 ไม่มีฟุตบอลแข่ง ไม่มีรายได้จากการทำหน้าที่ ต้องไปพึ่งพารายได้จากธุรกิจเสริมกับการลุยทำฟาร์มไก่เนื้อส่งโรงงานอุตสาหกรรม โดยถือเป็นรายได้สำคัญที่เจ้าตัวหาเลี้ยงตนเองและครอบครัวในช่วงที่มีอาการบาดเจ็บ ยังไม่สามารถทำหน้าที่ได้ด้วย
"ผมลุยทำฟาร์มไก่ที่ ต.พรุไทย อ.บ้านตาขุน จ.สุราษฎร์ธานี เป็นการขยายมาจากธุรกิจของพี่สาว ผมมาทำเอง แรกๆไม่มีอะไร ผมไม่มีทุนด้วย แต่ต้องสู้ชีวิต ไม่ค่อยมีเงิน เลยลองไปกู้กับธนาคาร คือกู้ทุกบาทเท่าที่เขาจะอนุมัติ สุดท้ายได้ทุนมา 3 ล้านบาท เลยเอาไปลงทุนทำฟาร์มไก่ทั้งหมด"
"ผมทำฟาร์มขนาดความกว้าง 20 เมตร , ยาว 100 เมตร เลี้ยงไก่เนื้อ 20,000 ตัว โดยจะเป็นการเลี้ยง 35 วัน , จับ 5 วัน โดยโรงงานเขาจะมาจับเอง ชั่งน้ำหนักคิดราคาให้ หลังจากนั้นก็จะพักเล้าประมาน 20-30 วัน แล้วจึงลงต่อ"
"แต่ละรอบนี่คือ 35 วัน จะได้เงินประมาณ 200,000 กว่าบาทเกือบทุกรอบ บางทีก็ 300,000 นิดๆ รายได้ดีมากๆ ก็คิดว่าจะมาลุยทางนี้ก่อนในช่วงที่ผมยังมีอาการบาดเจ็บอยู่ในปีนี้"
ทั้งนี้ "เปาเก็ต"ไกรยวุฒิ เชาวลิต เชิ้ตดำน้ำดีแห่งเมืองสุราษฎร์ธานี ยังอาสาเป็น อสม. หรือ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านเพื่อเฝ้าระวังผู้ติดเชื้อไวรัส โควิด-19 ที่ ต.พรุไทย อ.บ้านตาขุน จ.สุราษฎร์ธานี ด้วย ซึ่งตลอดช่วงวิกฤต โควิด-19 เจ้าตัวถือเป็นส่วนหนึ่งกับ อสม. อื่นๆที่เดินหน้าช่วยเหลือผู้คนในระแวกนั้นอย่างต่อเนื่องด้วย
ขอบคุณข้อมูลจาก : ติดต่อ UFABET
ติดตามข่าวสารได้ที่ : muneelive.com
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น